Site icon varinkrid.

Trust Issues เพราะเคยเจ็บช้ำจนไม่กล้าไว้ใจใครอีก

Trust Issues

Trust Issues เพราะเคยเจ็บช้ำจนไม่กล้าไว้ใจใครอีก

วันนี้ทูจะมาชวนเพื่อนๆ คุยเรื่อง 'Trust Issues' กันค่ะ เนื่องจากมีผู้ชมทางบ้านสอบถามเข้ามาเรื่องนี้ และทูเองก็เห็นว่าเป็นที่น่าสนใจไม่น้อยเลย เชื่อว่าหลายๆ คู่ น่าจะเคยประสบพบเจอกับปัญหาเรื่องความไว้วางใจมาบ้าง ไม่มากก็น้อยค่ะ

เพื่อนๆ หลายคนอาจไม่กล้าเริ่มมีความสัมพันธ์ครั้งใหม่ เพราะเคยมีปัญหาเรื่องความไว้ใจในอดีต จนทำให้ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ในปัจจุบัน เราต่างก็รู้ดีว่า ความไว้วางใจ ความเชื่อใจ หรือ Trust ในภาษาอังกฤษนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับทุกความสัมพันธ์ ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์ในครอบครัว คนรัก หรือในที่ทำงาน เพราะมันคือสิ่งที่เราเชื่อและไว้ใจว่าอีกฝ่ายจะทำหรือจะรักษาคำพูดตามที่เคยคุยกันไว้ และยังเป็นสิ่งที่ขับเคลื่อนให้ความสัมพันธ์แต่ละรูปแบบพัฒนาไปข้างหน้าได้อย่างดี

Trust Issues คืออะไร?

คือการที่เราไม่สามารถไว้ใจใครได้ง่ายๆ มีความกลัวผสมอยู่ ทำให้เราไม่กล้าเปิดใจ ซึ่งมักเกิดจากประสบการณ์ในอดีตที่ทำให้เราฝังใจจนไม่กล้าเชื่อใจใครอีก ซึ่งอาจเกิดมาจากหลายสาเหตุ เช่น

  • อาจเกิดจากประสบการณ์ตรงในอดีตที่แฟนหรือคู่ของเราโกหก นอกใจ หรือทำให้ไม่ไว้ใจ
  • อาจเกิดจากความทรงจำในวัยเด็กที่เห็นความสัมพันธ์ของพ่อแม่ หรือคนใกล้ตัวที่โกหก นอกใจ ทะเลาะกัน ไปจนถึงใช้ความรุนแรง

สาเหตุเหล่านี้ส่งผลให้เรามีความคิดว่า ความเชื่อใจกัน หรือความรักที่ดีไม่มีอยู่จริง จนส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ของเราในปัจจุบัน เช่น มีแฟนแต่คบได้ไม่นานก็ต้องเลิกรากัน, ไม่กล้ามีความสัมพันธ์ระยะยาว, มักได้เจอหรือคบแต่คนที่ทำให้เราไม่ไว้ใจ, ไม่กล้าเปิดใจให้ใครเข้ามาในชีวิต หรือสร้างกำแพงความสัมพันธ์ให้ตัวเองไว้สูงเกินไป

ระแวง หรือ ระวัง

ต้องบอกว่าไม่ใช่ว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่ไม่ไว้ใจจะแปลว่าเรามีปัญหานี้เสมอไป เพราะบางครั้งสถานการณ์หรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันก็ไม่น่าไว้วางใจจริงๆ ซึ่งถ้ามีการพูดคุยเพื่อทำความเข้าใจกัน ก็สามารถกลับมาเข้าใจกัน และไว้ใจกันได้ปกติแล้วค่ะ

เพราะจริงๆ แล้วมนุษย์มีกลไกการป้องกันตัวเองอย่างนึงที่เรียกในภาษาอังกฤษว่า Defense Machanism เราจะพยายามป้องกันตัวเองจากความเจ็บปวด การถูกหักหลัง การนอกใจ หรือการโดนทอดทิ้งในตัวอยู่แล้ว แต่บางคนก็อาจมีอาการที่มากกว่าคนปกติ เรามาดูกันค่ะว่ามีสัญญาณอะไรบ้างที่บ่งบอกว่าเรากำลังมีปัญหาไม่ไว้ใจใครหรือกลัวการเชื่อใจคนอื่น

  1. กลัวการเริ่มต้นใหม่ หลีกเลี่ยงการมีความสัมพันธ์ มักไม่อยากเริ่มต้นความสัมพันธ์ใหม่ ไม่กล้าเปิดใจ เพราะกลัวว่าความสัมพันธ์ครั้งใหม่จะจบแบบเดิม
  2. ไม่กล้ามีความสัมพันธ์แบบผูกมัด/ ความสัมพันธ์ระยะยาว สามารถมีได้แค่ความสัมพันธ์ระยะสั้น หรือชั่วคราว รวมถึงไม่กล้าพัฒนาความสัมพันธ์ให้ดำเนินไปสู่ขั้นต่อไปได้ เช่น การเป็นแฟน การแต่งงาน
  3. มีพฤติกรรมจับผิดอยู่บ่อยๆ มักคอยสังเกตหรือจับผิดว่าอีกฝ่ายนอกใจหรือไม่ เพราะมักจะนึกแต่ภาพว่าอีกฝ่ายทำร้ายจิตใจ และจากเราไปเหมือนครั้งก่อนๆ ทำให้บั่นทอนความสัมพันธ์ และเกิดการทะเลาะกันได้บ่อยครั้ง โดยมักจะมีอารมณ์ฉุนเฉียว หรือเกรี้ยวกราดร่วมอยู่ด้วย
  4. มักเจอหรือได้คบแต่คนที่ทำให้รู้สึกไม่ไว้ใจ เพราะเราอาจดึงดูดเค้าเข้ามา หรือพฤติกรรมเราอาจชี้นำให้อีกฝ่ายทำแบบนั้นโดยที่เราไม่ได้ตั้งใจ

ซึ่งคนที่ไม่ค่อยไว้ใจใคร มักจะคิดถึงเหตุการณ์ที่เลวร้ายที่สุด (Worst Case Scenario) ที่อาจเกิดขึ้นในความสัมพันธ์ เพื่อเตรียมรับมือแทบจะตลอดเวลา จนอาจส่งผลให้เกิดภาวะซึมเศร้า (Depression), ความวิตกกังวล (Anxiety) และอาการตื่นตระหนก (Panic Attack) ร่วมด้วย ซึ่งกลไกการป้องกันตัวเองของเราก็เหมือนเป็นดาบสองคมนะคะ เพราะถ้าเรามีในระดับที่กำลังพอดีก็ถือว่าทำให้เราไม่โดนหลอก แต่ถ้าเรามีมากเกินไปก็จะเป็นการทำร้ายจิตใจตัวเองทางอ้อม จนสามารถเกิดเป็นโรคทางจิตวิทยาอย่างโรคกลัวการไว้ใจคนอื่น (Pistanthrophobia) เลยก็ได้

 4 ประเภท ของ Trust Issues

  1. ชอบจับผิด (More Wrong Than Right)
    • มักคอยจับผิดคนและเหตุการณ์ต่างๆ เสมอ ถึงแม้จะเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ สาเหตุมาจากความรู้สึกไม่ไว้ใจ
  2. ขี้อิจฉา (Jealously)
    • ไม่อยากให้คู่ของเราอยู่นอกสายตา หรือไปเจอคนอื่นเลย มีอาการเอาแต่ใจ หึงหวงง่าย ชอบบงการ มักแสดงความเป็นเจ้าของและโมโหร้าย ระแวงได้แม้กระทั่งคนใกล้ตัว เช่น เพื่อนสนิท ญาติ หรือแม้แต่คนที่เดินสวนกัน
  3. โรคกลัวการไว้ใจคนอื่น (Pistanthrophobia)
    • คนที่เป็นโรคนี้จะมีความกลัวที่มากกว่าคนปกติ โดยจะมีอาการวิตกกังวล (Anxiety) และอาการตื่นตระหนก (Panic Attack) ร่วมด้วย ซึ่งมักจะเกิดจากความคิดและจินตนาการที่นึกถึงแต่สถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดไว้ล่วงหน้า โดยจะมีพฤติกรรมการปลีกตัว หลบเลี่ยงการเจอผู้คน หรือเลี่ยงการเผชิญหน้ากับความกลัวที่จินตนาการไว้
  4. การกลัวการเลือกคู่ผิด (Broken Picker Syndrome)
    • เป็นกลุ่มอาการที่กลัวว่าตัวเองจะเลือกคบคนผิด เลือกคู่ผิด หรือคิดอยู่ตลอดว่าอาจมีคนที่ดีกว่านี้ มีสาเหตุมาจากการไม่ไว้ใจตัวเอง ไม่มั่นใจในตัวเอง ทำให้รู้สึกว่าสิ่งที่ตัวเองคิดหรือตัดสินใจมักเป็นตัวเลือกที่ผิดอยู่เสมอ ซึ่งจะส่งผลให้ความสัมพันธ์ถูกบั่นทองจากการที่อีกฝ่ายไม่ไว้ใจเราซะเอง

เราจะจัดการปัญหานี้ในความสัมพันธ์ได้อย่างไร?

  1. สังเกตตัวเองก่อนว่าเรามีพฤติกรรมหรือแนวโน้มที่จะมีปัญหานี้หรือไม่? เช่น เราเคยมีอาการ "ชอบจับผิด" มาก่อนหรือไม่ ถ้าเคยหรือเริ่มรู้ตัวว่ามีอาการไม่กล้าเปิดใจ ไม่ไว้ใจ หรือไม่เชื่อใจใครเลย ให้ลองนึกถึงประสบการณ์ในอดีตดูว่ามันเกิดขึ้นตอนไหน? เกิดขึ้นกับเราโดยตรง หรือว่าเป็นภาพจำในความสัมพันธ์ของคนใกล้ตัว เช่น พ่อแม่ เมื่อเราสังเกตตัวเองจะทำให้เราเข้าใจถึงปัญหา และหาทางแก้ไขได้
  2. เปิดใจคุยปัญหากับอีกฝ่าย เป็นการ Deep Conversation อีกรูปแบบหนึ่ง ให้อีกฝ่ายเข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้น รวมถึงเราได้เปิดใจถึงสาเหตุที่ทำให้เราไม่ไว้ในตัวอีกฝ่าย เพื่อที่จะได้ช่วยกันหาทางออกหากเป็นปัญหาที่แก้ไขได้ ซึ่งการเปิดใจคุยกันจะทำให้เราเข้าใจกันและกันมากขึ้น ทำให้เรามั่นใจในตัวเอง และตัวอีกฝ่ายมากขึ้น และช่วยให้เราพัฒนาความสัมพันธ์ไปด้วยกัน (อ่านบทความ Deep Conversation)
  3. ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ หากเราลองพยายามแก้ไขด้วยตัวเองแล้วพบว่าไม่สามารถทำได้ และเริ่มมีผลกระทบต่อการใช้ชีวิตในด้านอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นนักจิตวิทยา จิตแพทย์ หรือที่ปรึกษาด้านความสัมพันธ์ก็อาจทำให้เราก้าวข้ามปัญหาเหล่านี้ไปได้ค่ะ

เพราะความเชื่อใจ และความไว้วางใจเป็นสิ่งสำคัญในทุกความสัมพันธ์ เราจึงควรหมั่นตรวจเช็ค และสำรวจตัวเองดูว่าเรามีแนวโน้มที่จะมี Trust Issuse มั้ย เพื่อที่จะได้แก้ไข และพัฒนาความสัมพันธ์ในแต่ละรูปแบบให้ดียิ่งขึ้นไปได้ค่ะ ทูเองก็หวังว่าบทความและ Podcast นี้จะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ให้ทุกคนได้มีความสัมพันธ์ที่ดีกับคนรอบข้าง เข้าใจและรักตัวเองมากขึ้นค่ะ

Source: Trust

Click to Open YouTube or Apple Podcast

 

Exit mobile version