เมื่อ ‘ความโกรธ’ อาจทำลายความสัมพันธ์ จะมีวิธีจัดการยังไง?
เป็นปกติอยู่แล้วที่เราอาจมีเรื่องไม่พอใจกันบ้าง โมโหกันบ้าง ซึ่งความรู้สึกเหล่านี้ก็เป็นอารมณ์พื้นฐานของมนุษย์ทุกคน แต่เคยสังเกตกันมั้ยว่าเรามักแสดงความโกรธหรือความโมโหร้ายกับคนที่เรารักมาก หรือสนิทใจมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นคู่รัก ครอบครัว หรือแม้แต่เพื่อนก็ตาม ซึ่งอาจนำพาไปสู่ความสัมพันธ์ที่บั่นทอนได้ การเรียนรู้ที้จะหาวิธีจัดการกับอารมณ์จึงเป็นอีกปัจจัยที่ถือว่าจำเป็นในการดูแลความสัมพันธ์ให้ดีค่ะ
วันนี้ทูก็เลยจะมาแชร์เทคนิคหรือวิธีที่ทูใช้เอง รวมถึงวิธีที่น่าจะได้ผลกับเพื่อนๆ ค่ะ
วิธีที่ 1 แยกมุม หลีกเลี่ยงการปะทะ หรือขอเวลาในการอยู่กับตัวเอง
เพราะว่าเมื่อเราโมโห บางครั้งเราก็อาจจะอยากทำอะไรรุนแรงๆ เช่น การวางของแรงๆ ปิดประตูดังๆ หรือบางคนอาจจะถึงขั้นอยากขว้างปาสิ่งของ เพราะฉะนั้นทางแก้ที่ดีอีกทางคือการใช้ความเงียบ ความสงบเข้าช่วย คือให้เราได้มีเวลาได้พัก หรืออยู่กับตัวเอง เพื่อที่จะได้คิดทบทวนเรื่องต่างๆ ที่เกิดขึ้น ซึ่งเราอาจจะต้องบอกคู่ของเรา หรือคนที่เราทะเลาะด้วยว่า “ขอเวลาเราก่อน ขออยู่เงียบๆ ซักพัก แล้วเดี๋ยวเราค่อยมาคุยกัน” เพื่อให้อีกฝ่ายรู้ว่าเราต้องการเวลา ไม่งั้นเค้าอาจจะเข้าใจได้ว่าเรากวนเค้าอยู่ แล้วยิ่งทำให้เค้าหงุดหงิด ซึ่งวิธีนี้ใช้ได้ผลกับทูมากๆ เช่นกัน เราอยากที่จะสงบจิตใจเพื่อที่จะได้คิดให้ละเอียดถี่ถ้วนก่อน เพราะถ้ายิ่งเถียงยิ่งอยากเอาชนะกันตอนนั้นอาจจะนำไปสู่การทะเลาะกันที่รุนแรงขึ้นได้
สำหรับอีกฝ่ายที่เป็นฝ่ายทำผิด ในกรณีที่มีใครคนใดคนหนึ่งผิดแน่ๆ เช่น เราลืมนัดสำคัญ ลืมทำบางอย่างที่สำคัญ เมื่อฝ่ายที่อารมณ์ไม่ดีขอเวลาไปอยู่กับตัวเอง ตัวเราก็ต้องให้โอกาสเค้าได้คิดตรึกตรอง อย่าพยายามไปเร่งเร้าเพื่อที่จะคุยเดี๋ยวนั้น ให้เวลาเค้า อาจจะบอกเค้าว่าถ้าพร้อมจะคุยกันเมื่อไหร่ เราก็ยังรออยู่ตรงนี้เพื่อจะอธิบายว่าทำไมถึงเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น
วิธีที่ 2 โฟกัสที่ตัวเรา ไม่ใช่พยายามควบคุมอารมณ์ของอีกฝ่าย
หลายๆ ครั้งที่เวลาเราทะเลาะ เรามักจะพยายามบอกอีกฝ่ายว่า “ใจเย็นๆ อย่าโมโห, ทำไมคิดแบบนี้?” เพื่อที่จะให้อีกฝ่ายใจเย็นลงให้เร็วที่สุด แต่ในความเป็นจริงแล้ว เราไม่สามารถควบคุมความคิด พฤติกรรม หรือว่าอารมณ์ของใครได้ หน้าที่เดียวของเราคือการควบคุมตัวเอง การทำใจของเราให้เย็นลงคือสิ่งสำคัญที่สุด เพราะฉะนั้นแทนที่จะพูดว่า “ใจเย็นๆ ก่อน” เปลี่ยนเป็นเราเองก็สูดหายใจลึกๆ ปรับอัตราการเต้นของหัวใจเราลงมา และให้เวลาอีกฝ่ายทำแบบเดียวกัน จากนั้นแล้วการรับฟังซึ่งกันและกันก็เป็นอีกขั้นตอนที่จะสามารถช่วยปรับความเข้าใจกันได้
วิธีที่ 3 ระมัดระวังการระบายเรื่องที่โกรธกับบุคคลที่ 3
ในความเป็นจริงแล้ว เป็นเรื่องปกติมากที่บางคนอยากที่จะระบายเรื่องราวที่เราไม่สบายใจ ขุ่นข้องหมองใจ ให้ใครซักคนฟัง ซึ่งก็สามารถทำได้นะคะ แต่ว่าอาจจะต้องระวัง เพราะว่ามันไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ มันเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ คือเราระบายเพื่อให้เราอารมณ์ดีขึ้น อารมณ์เย็นขึ้น แต่ว่าในความเป็นจริงแล้ว เรายังไม่ได้แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจริงระหว่างเรากับคนที่เราทะเลาะด้วยเลย แล้วอาจยังทำให้คนที่เราทะเลาะด้วยรู้สึกถูกทอดทิ้ง และรู้สึกต่อต้านมากขึ้น ดังนั้นแล้วก่อนที่เราจะไลน์หาใคร หรือว่าโทรหาใคร ถามตัวเองกก่อนว่า “เราต้องการความช่วยเหลือจริงๆ หรือว่าเราต้องการแค่คนที่มาเห็นด้วยกับเรา?” ถ้าเป็นอย่างหลังละก็ ขอให้เราใช้เวลาอยู่กับตัวเองก่อน ทำใจให้สงบ แล้วค่อยๆ คิดหาทางแก้ปัญหา หากเป็นปัญหาที่เราสามารถแก้ไขได้นะคะ
วิธีที่ 4 บางครั้งเราอาจจะต้องมองข้ามปัญหาหรือเรื่องที่เราทะเลาะกันไปบ้าง
แน่นอนอยู่แล้วว่าในความสัมพันธ์มันมีเรื่องราวต่างๆ เกิดขึ้นเยอะมากๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความสัมพันธ์ เรื่องชีวิต เรื่องเงิน เรื่องเซ็กส์ เรื่องศาสนา ความเชื่อ การเมือง ครอบครัว และอื่นๆ ซึ่งตัวเราก็มีความคิดเห็นของเรา มีทัศนคติของเราในแบบนึง และคู่ของเราก็มีความคิดและทัศนคติในแบบของเค้าที่อาจจะต่างกันออกไปบ้าง พอเถียงกันหรือแสดงความคิดเห็นของตนเองออกมาแล้วไม่ตรงกับอีกฝ่าย ก็อาจจะทำให้เราโกรธกันได้ แล้วเราอาจจะแสดงอารมณ์มากเกินกว่าเหตุ โดยลืมคิดถึงเหตุผลแท้จริงที่เราอยากจะอธิบาย ซึ่งทางแก้ก็คือ บางครั้งเราอาจต้องมองข้ามเรื่องที่ทะเลาะกันไปบ้าง แก้ปัญหาแบบคนที่โตแล้ว คือ ยอมรับว่าอีกฝ่ายมีสิทธิ์ที่จะคิดไม่เหมือนกัน แล้วก็กลับมาจัดการกับอารมณ์ตัวเอง โดยถามตัวเองว่า “ตัวเราในเวอร์ชั่นที่ดีที่สุดของเราจะแก้ไขปัญหาเหล่านี้อย่างไร และจะแสดงออกยังไง?” เปรียบเสมือนการดึงตัวเราออกมาจากปัญหา และมองด้วยมุมมองของคนภายนอก ทำให้เราได้ตระหนักรู้ และใช้สติในการหาทางออก ซึ่งตัวเราในเวอร์ชั่นนั้นเมื่อมองจากภายนอกคงไม่อยากที่จะแสดงอารมณ์โกรธ ขว้างปาสิ่งของใส่คนที่เรารักถูกต้องมั้ยคะ
และสิ่งที่สำคัญคืออย่าลืมว่าตัวเราคือครึ่งนึงของความสัมพันธ์ ถ้าอยากให้ความสัมพันธ์เราดีขึ้น โตขึ้น เราก็ต้องทำตัวให้ดีขึ้น และโตขึ้นด้วย แล้วคู่ของเราก็จะปรับตามเราเอง ซึ่งถ้าเค้ายังไม่สามารถปรับได้ เราก็อาจจะต้องกลับมาคิดแล้วว่าเค้าคือ “คนที่ใช่” สำหรับเราจริงๆ รึป่าว?
ทั้งหมดนี้ก็เป็นวิธีที่เราจะจัดการกับตัวเราเองเมื่อเราทะเลาะกับคนรัก หรือคนที่เรารัก ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลา และการฝึกฝนทำบ่อยๆ เพื่อให้ความสัมพันธ์เราดีขึ้น หรือบางครั้งการได้มี Deep Conversation ร่วมกันบ้าง ก็เป็นอีกวิธีที่ช่วยให้เราเข้าใจกันและกัน เพื่อเลี่ยงความขัดแย้งที่อาจบั่นทอนความสัมพันธ์ได้ค่ะ
Source: How to Control Anger
Click to Open YouTube, Spotify or Apple Podcast



